Welcome
ยินดีต้อนรับสู่ศาลาโกหก

ที่มาของชื่อนี้ เกิดจากความต้องการให้สังคมแสวงหาความจริง อย่าเพิ่งเชื่อสิ่งใดเพราะร่ำลือกันมา อย่าเพิ่งเชื่อสิ่งใดเพราะข่าวสาร แต่ขอให้ท่าน ใช้วิจารณญานด้วยตัวของท่านเอง ว่าสิ่งใดเป็นข้อเท็จจริง สิ่งใดเป็นเหตุเป็นผล เพื่อที่ความตระหนักรู้ จะเกิดขึ้นในใจของท่านเอง ผู้จัดทำหวังว่า ท่านจะได้รับประโยชน์จากการเสวนา ในศาลาโกหกนี้ ไม่มากก็น้อย

จริตเขมร - จริตขแมร์ ~ กัมพูชา...แผ่นดินเดือด

สาระเล่าขาน ย้อนเวลาสู่อดีตกาล สืบสานข้อเท็จจริง

Re: จริตเขมร - จริตขแมร์ ~ กัมพูชา...แผ่นดินเดือด

by วารินทร์ » เสาร์ ม.ค. 29, 2011 9:58 pm

ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติในปี พ.ศ.2527 เวียตนามไม่กระตือรือร้น
เพื่อให้ที่ประชุมสหประชาชาติรับรองรัฐบาลเฮง สัมริน เหมือนปีที่แล้วๆ มา
โดยอ้างว่าต้องการเจรจาทำความตกลงปัญหากัมพูชาโดยตรงกับกลุ่มประเทศ
อาเซียนถือว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาในภูมิภาคที่ประเทศในภูมิภาคสามารถ
ทำความตกลงกันเองได้
เดือนมกราคม พ.ศ.2529 กัมพูชาได้เปลี่ยนแปลงคณะบริหาร เมื่อเวียตนาม
ได้ผลักดันนายฮุน เซน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ
เป็นนายกรัฐมนตรีและควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอีก
ตำแหน่งหนึ่ง สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ก็เนื่องจากเวียตนามมองเห็น
การณ์ไกลในอนาคตว่าตนเองจะอยู่โดดเดี่ยวและพึ่งพาโซเวียตอย่างเดียวไม่ได้
สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ การเจรจากับอาเซียน
ที่ยืดเยื้อก็เพราะชาวโลกไม่ต้องการรัฐบาลกัมพูชาที่มีเฮง สัมริน ปกครอง
ดังนั้น เวียตนามจึงหนุนคนใหม่และเป็นที่ไว้ใจได้ขึ้นมาแทน เวียตนามจึงพุ่ง
ไปที่ฮุน เซน และแต่งตั้งให้เขาขึ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีขณะที่มีอายุแค่ 33 ปี
อย่างไรก็ดีปัญหาการสู้รบในกัมพูชายังคงดำเนินไป โดยเฉพาะในหน้าแล้ง
ซึ่งมีการโหมกำลังเข้าใส่กันมากที่สุด แม้จะมีการเจรจาเพื่อแก้ปัญหากัมพูชา
แต่ในที่สุดต้องประสบความล้มเหลวหลายครั้งหลายหน ไม่ว่าใครจะเป็นเจ้าภาพ
จัดขึ้นที่จาร์กาต้า ปารีส และในกรุงเทพฯ ก็ตามที
ตามประวัติที่จะไม่ค่อยได้เปิดเผยนักกล่าวว่า ฮุน เซน เป็นคนในจังหวัดกำปงจาม
อยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของกัมพูชาติดกับประเทศเวียตนาม เกิดเมื่อ
วันที่ 4 เมษายน พ.ศ.2494 เขาเป็นลูกชาวนา ต้องระเห็จออกจากบ้านเมื่ออายุ
แค่ 13 ปี เข้ามาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญและได้เรียนหนังสือจนถึงมัธยม
พออายุได้ 19 ปี ได้เข้าร่วมในกองทัพปฏิวัติของกลุ่มเขมรแดงต่อสู้กับทหารรัฐบาล
เมื่อใกล้ๆ กรุงพนมเปญจะตกเป็นของเขมรแดง ฮุน เซน มีตำแหน่งเป็นผู้บังคับกองพัน
จนถึงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2518 ก่อนกรุงพนมเปญแตกหนึ่งวัน เขาพาทหารใต้
บังคับบัญชาเข้ารบอย่างหนัก แม้กระทั่งตัวเขาเองยังต้องยิงจรวดด้วยตัวเอง
แต่เขาโชคร้ายเมื่อทหารฝ่ายลอน นอน ยิงกระสุนปืนใหญ่มาตกอยู่ใกล้ๆ
ฮุน เซน ถึงกับบาดเจ็บหมดสติ มาฟื้นอีกทีจึงรู้ว่าตนอยู่ในโรงพยาบาลกรุงพนมเปญ
กองทัพเขมรแดงได้ปลดปล่อยกัมพูชาเสียแล้ว แต่ฮุน เซนต้องเสียนัยน์ตาไปข้างหนึ่ง
วารินทร์
 
Posts: 1165
Joined: พุธ ก.ย. 22, 2010 11:51 am

 

Re: จริตเขมร - จริตขแมร์ ~ กัมพูชา...แผ่นดินเดือด

by วารินทร์ » เสาร์ ม.ค. 29, 2011 10:19 pm

ฮุน เซน ได้เคยกล่าวถึงเรื่องดวงตาของเขากับประชาชนเขมรว่า
"ถ้าผมไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็คงไม่มีงานทำ แล้วคงเป็นได้
แค่ขอทานเท่านั้น แถมเป็นขอทานที่ไม่เอาไหนด้วย" เขาหยุดถอนหายใจ
เล้กน้อยพร้อมจ้องมองประชาชนก่อนเอ่ยต่อว่า "แล้วผมจะหากินอย่างไร?
ในเมื่อร้องเพลงก็ไม่เป็นแล้วยังเล่นดนตรีไม่เป็นเสียอีก" แม้แต่กษัตริย์สีหนุ
ยังทรงรับสั่งอย่างอารมณ์ขันถึงนัยน์ตาฮุน เซน ว่า "มองดูเหมือนสลัดตาเดียว
เป็นเสน่ห์ที่สาวๆ ชอบกัน"
หลังจากเขมรแดงยึดกัมพูชาได้แล้ว รัฐบาลพอล พต พยายามสร้างภาพ
การอยู่ดีกินดีประชาชนมีความสุข โดยจัดการบังคับสมรสหมู่ ในจำนวนนั้น
หนึ่งคู่คือ ฮุน เซน หลังจากนั้นต้องออกสู่ชนบทเพื่อทำงานหนักตามแบบ
สังคมเกษตร จนเขาต้องหนีข้ามชายแดนไปขอพึ่งใบบุญที่เวียตนาม
เพราะเขามีความสนินสนมกับผู้นำทางทหารที่นั่นในปี พ.ศ.2520
ในปี พ.ศ.2521 ฮุน เซน ได้เริ่มการต่อต้านทหารเขมรแดง กระแสข่าว
บอกว่า ฮุน เซน เป็นคนที่ฉลาดและเจ้าเล่ห์ มีมนุษยสัมพันธ์กับคนทั่วไป
ผิดกับเฮง สัมริน ผู้นำคนเก่าที่เข้ากับใครไม่ใคร่จะได้
ครั้นเมื่อกองทัพเวียตนามกรีฑาทัพเข้าสู่กรุงพนมเปญ แล้วจัดตั้งรัฐบาล
เฮง สัมริน ขึ้น ตัวฮุน เซน ได้ก้าวขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ทั้งๆ ที่
ตัวเขาเองไม่มีความรู้พื้นฐานด้านการฑูตและการต่างประเทศ แม้แต่ภาษา
อังกฤษหรือภาษาอื่นใดก็พูดไม่เป็น สุดท้ายเลยต้องพึ่งที่ปรึกษาเวียตนาม
ถึงปี พ.ศ.2525 ฮุน เซน ได้เป็นสมาชิกคณะกรรมการกลางและกรรมการ
การเมือง ซึ่งเป็นองค์กรบริหารสูงสุดของพรรค นับว่า ฮุน เซน มีอำนาจไม่น้อย
โดยความไว้วางใจจากเวียตนาม ในปลายปีเขายังเป็นสมาชิกของสำนักเลขาธิการ
ซึ่งเป็นตำแหน่งบริหารประจำพรรค
ในระหว่างที่เขาเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ
ในปี พ.ศ.2527 ระหว่างที่ไปเยือนกรุงปารีสมีข่าวกระเซ็นกระสายออกมาว่า
เขาจะแปรพักตร์จากเวียตนามและลี้ภัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศส แต่แล้วกระแสข่าว
นี้ ได้หยุดชะงักและเงียบหายไป อีกสองปีต่อมาเขาจึงนั่งบัลลังก์นากยรัฐมนตรี
ของกัมพูชา ฮุน เซน เป็นคนหนึ่งที่พยายามผลักดันให้กองกำลังเวียตนามกว่า
40,000 นายกลับสู่ประเทศของตนในปี พ.ศ.2532
วารินทร์
 
Posts: 1165
Joined: พุธ ก.ย. 22, 2010 11:51 am

Re: จริตเขมร - จริตขแมร์ ~ กัมพูชา...แผ่นดินเดือด

by วารินทร์ » อาทิตย์ ม.ค. 30, 2011 10:19 pm

ท่านสมาชิกที่ติดตามอ่านทุกท่านครับ
พอดีผมไปได้หนังสือมาอีกสองสามเล่ม น่าสนใจมากครับ
มีเรื่องที่เกี่ยวกับประเทศเวียตนาม "แผ่นดินแตก"
เป็นเรื่องของเวียตนามล้วนๆ ก่อนที่ไซ่ง่อนจะถูกยึดครอง
(ช่วงใกล้ๆ กับเขมรแตก)โดยคุณ สุนทร วาที
อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสงครามอินโดจีน
เรื่อง "ศึกอินโดจีน กรณีพิพาทไทย กับ ฝรั่งเศส
พ.ศ.๒๔๘๓" ซึ่งว่าถึงเรื่องของการเรียกร้องดินแดนคืน
การรบของทหารไทยด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้าน
ด้านอิสาน พายัพ บูรพา จันทบุรี รวมทั้งยุทธนาวีที่เกาะช้าง
โดยคุณชาลี เอี่ยมกระสินธุ์ ซึ่งผมได้เปรียบเทียบกับ
หนังสือสงครามทวงคืนดินแดนแล้ว ปรากฎว่า ศึกอินโดจีนเก่ากว่ามาก
และมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ซึ่งผมอยากถามความเห็น
จากสมาชิกที่ติดตามอ่านเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ว่า
มีความสนใจจะอ่านกันหรือไม่ เพราะบางท่านอาจจะคุ้นเคย
หรือรู้เรื่องราวมาเป็นอย่างดีแล้ว จึงอยากถามความเห็นครับ
ถ้าสนใจละก็ ผมจะได้ลงต่อจาก "กัมพูชา แผ่นดินเดือด" เลย
โดยจะเริ่มเรื่อง ศึกอินโดจีนก่อน ขอความเห็นด้วยครับ
วารินทร์
 
Posts: 1165
Joined: พุธ ก.ย. 22, 2010 11:51 am

Re: จริตเขมร - จริตขแมร์ ~ กัมพูชา...แผ่นดินเดือด

by วารินทร์ » อาทิตย์ ม.ค. 30, 2011 10:42 pm

เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า

ขณะที่สงครามกลางเมืองในกัมพูชาเป็นไปอย่างดุเดือด ฐานะของรัฐบาลฮุน เซน
ส่งเค้าไปในทางดีขึ้น เมื่อรัฐบาลไทยโดย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน นายกรัฐมนตรี
ประกาศนโยบายในแถบอินโดจีนจากสมรภูมิสนามรบ "ให้เป็นสนามการค้า" ในปลาย
ปี พ.ศ.2531
ประเทศไทยได้เชื้อเชิญ ฮุน เซน ในฐานะนายกรัฐมนตรีกัมพูชามาเจรจากับพลเอก
ชาติชายโดยตรง สร้างความคลางแคลงให้กับชาติตะวันตกกันอย่างมาก ทั้งๆ ที่รัฐบาลไทย
รับรองรัฐบาลกัมพูชาที่มีสมเด็จเจ้านโรดม สีหนุ เป็นประมุข อีกทั้งผู้แทนไทยประจำ
สหประชาชาติพยายามล๊อบบี้เพื่อให้ประเทศสมาชิกลงมติสนับสนุนรัฐบาลเขมร 3 ฝ่าย
ของกษัตริย์สีหนุมาตลอดเป็นเวลาหลายปี บรรดานักการฑูตต่างวิเคราะห์เหตุการณ์
ที่เกิดขึ้นว่าประเทศไทยในรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย เบื่อหน่ายกับสงครามกลางเมือง
ของเพื่อนบ้าน อีกทั้งต้องแบกภาระผู้อพยพเป็นจำนวนมากโดยไม่เกิดประโยชน์อันใด
ด้วยนโยบายเช่นนี้เท่ากับบีบบังคับให้เขมรทุกฝ่ายเจรจากันให้ได้ จากการดำเนินนโยบาย
ต่างประเทศของไทยทำให้เขมร 3 ฝ่ายที่มีเจ้านโรดม สีหนุ ต้องคิดหนัก กลัวว่า สมัชชาใหญ่
สหประชาชาติจะลงคะแนนเสียงข้างมากกลับมาสนับสนุนรัฐบาลฮุน เซน
ถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ.2532 เขมรฝ่ายต่างๆ นั่งโต๊ะเจรจาสันติภาพที่กรุงปารีส โดยมี
สหประชาชาติเป็นเจ้าภาพ ขณะเดียวกันกองทัพเวียตนามทะยอยถอนทหารของตน
ออกจากกัมพูชา
การที่เวียตนามถอนทหารออกไปจากกัมพูชา ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายของรัฐบาลไทย
แต่อีกส่วนหนึ่งทางสหรัฐอเมริกาและโลกตะวันตกได้บีบเวียตนามในเรื่องเศรษฐกิจ
ทำให้เวียตนามประสบปัญหาอดอยากไร้ที่พึ่ง แม้เวียตนามจะได้รับการช่วยเหลือจาก
โซเวียต แต่ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา โซเวียตประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ
ประชาชนขาดแคลนสินค้าจำเป็นต่างๆ แม้แต่ทหารโซเวียตในอัฟกานิสถานยังต้อง
ถอนกลับ เป็นเหตุให้โซเวียตตัดงบช่วยเหลือทางทหารแก่เวียตนามโดยมุ่งแก้ปัญหา
เศรษฐกิจของตนเองก่อน ด้วยเหตุนี้...เวียตนามจำเป็นต้องถอนทหารออกจากกัมพูชา
อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง
วารินทร์
 
Posts: 1165
Joined: พุธ ก.ย. 22, 2010 11:51 am

Re: จริตเขมร - จริตขแมร์ ~ กัมพูชา...แผ่นดินเดือด

by วารินทร์ » อาทิตย์ ม.ค. 30, 2011 11:01 pm

ทางด้านรัฐบาลฮุน เซน ก็ยินดีปรีดาที่อยากจะเป็นมิตรกับไทนและกลุ่มประเทศ
เอเซียนพร้อมกับชาติตะวันตก และอยากให้นักลงทุนชาวต่างชาติไปลงทุนใน
ประเทศกัมพูชาโดยหวังว่าจะทำให้เศรษฐกิจของตนดีขึ้น เพราะขณะนั้นกัมพูชา
ถือเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง ในที่สุด วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.
2534 ทางเจ้านโรดม สีหนุและนายฮุน เซน มีการลงนามที่กรุงปารีส ในสัญญา
สันติภาพกัมพูชาตกอยู่ในความดูแลของสหประชาชาติและจัดให้มีการเลือกตั้ง
ทั่วไปในปี พ.ศ.2536 แต่สัญญาสันติภาพนี้กลุ่มเขมรแดงไม่ได้ร่วมด้วย เนื่องจาก
ชาวเขมรและคนทั่วโลกยังกลัวความโหดร้ายของเขมรแดงอยู่
ถึงเดือนมีนาคม พ.ศ.2535 เวียตนามได้ถอนกำลังทหารออกจากกัมพูชา กองกำลัง
รักษาสันติภาพของสหประชาชาติได้เริ่มปฏิบัติการในกัมพูชา กลุ่มเขมรแดงก็ออก
ต่อต้านและปฏิบัติการโจมตีกองทหารสหประชาชาติ ยิ่งทำให้สถานการณ์ต่างประเทศ
ของกลุ่มเขมรแดงตกต่ำลงทุกขณะ หลังจากจัดให้มีการเลือกตั้งในปี พ.ศ.2536
พรรคฟุนซินเปกของสมเด็จรณฤทธิ์ พระโอรสของเจ้าสีหนุ ซึ่งศึกษาอยู่ประเทศ
ฝรั่งเศสตัดสินใจเข้าสู่วงการเมืองเมื่อปี พ.ศ.2523 เป็นฝ่ายชนะนายฮุน เซน
หัวหน้าพรรคประชาชน(ซี.พี.พี.) แต่ฮุน เซน ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง เค้าสงคราม
กลางเมืองได้มืดทะมึนขึ้นอีกครา...ดีแต่ว่านานาประเทศพากันบีบคั้นนายฮุน เซน
และสมเด็จรณฤทธิ์ ให้จัดตั้งรัฐบาลผสมขึ้น โดยเจ้ารณฤทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี
คนที่ 1 นายฮุน เซน เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 และได้รับพระราชทานเป็นสมเด็จ
ฮุน เซน สำหรับกลุ่มเขมรแดงกลายเป็นกลุ่มนอกกฎหมายของรัฐบาลผสมกัมพูชา
วารินทร์
 
Posts: 1165
Joined: พุธ ก.ย. 22, 2010 11:51 am

Re: จริตเขมร - จริตขแมร์ ~ กัมพูชา...แผ่นดินเดือด

by ตาทุ้ย » จันทร์ ม.ค. 31, 2011 2:07 am

เรียน พี่วารินทร์
เรื่องหนังสือทั้งสองเล่ม ผมสนับสนุนครับ ถ้ามีสองเรื่องนี้
แล้วต่อด้วย " พระราชสงครามภาคพื้นยุโรป " กับ
" มหาเอเซียบูรพา ๒๔๘๔ " ยิ่งครบเครื่อง

แต่เรื่องสงครามอินโดจีน ผมว่าจะยาวมากเลย
เพราะว่ามีรายละเอียดเยอะ แค่เรื่องเกาะช้างเรื่องเดียวก็อื้อซ่า
จะเล่าเรื่องให้ถึงกึ๋น ต้องอิงงานเขียนของ น.อ.สวัสดิ์ จันทนี
เพราะท่านรู้จริง พูดตรง ไม่กลัวใคร(ตอนแมนฮัตตันถึงได้ติดร่างแหไปด้วย)

อีกหน่อยคงจะต้องมี " ร.ศ.๑๑๒ " ผมจะก๊อปของเก่ามาเขียนต่อให้จบ
เรียกว่าใครมา " ศาลาโกหก " จะต้องรู้เรื่องสงครามยุครัตนโกสินทร์ทั้งหมด
โดยการปะติดปะต่อ เอาจากกระทู้ต่างๆในฟอรั่มนี้ ที่ยังขาดก็คือ
" สงครามเก้าทัพ " และ " ปราบฮ่อ " ต้องรบกวนนักค้นคว้า
อย่างคุณแมวเซา คุณ Koratian เป็นหลักแล้วละครับ แต่ตอนนี้
กำลังเข้มข้นกับเสวนาของคุณอ๊อด-เอาได้ คงจะยาวแน่

ส่วนเรื่องที่แพลนไว้ในอนาคต เมื่อชุดประวัติศาสตร์สงครามเดินดีแล้ว
ผมอยากให้มี " อภิวัฒน์ ๒๔๗๕ " และ " บวรเดช ๒๔๗๖ "

ก็ขอเรียนเชิญท่านนักเขียนทุกท่าน (รวมถึงคุณอ๊อด-เอาได้)
ช่วยกันรังสรรค์เรื่องราว เพื่อประโยชน์แก่คนรุ่นหลังด้วยนะครับ

ขอบพระคุณครับ ตาทุ้ย-เอาก็เอา
"..กูอยากบอกพวกมึงว่า..บ้านเมืองมันกำลังอ่อนแอ.."

ขุนรองปลัดชู
ตาทุ้ย
 
Posts: 410
Joined: พฤหัสฯ. ก.ย. 16, 2010 4:19 pm

Re: จริตเขมร - จริตขแมร์ ~ กัมพูชา...แผ่นดินเดือด

by Koratian » จันทร์ ม.ค. 31, 2011 9:01 am


ขอร่วมสนับสนุนให้คุณวารินทร์เปิดกระทู้ใหม่เลยครับ
เอาที่เกี่ยวกับการรบทางเรือ เกาะช้าง หรือ ร.ศ. ๑๑๒ ก็ได้ครับ
เพราะผมไม่รู้เรื่องรายละเอียดมากนัก เลยสนใจเป็นพิเศษ
เตรียมปล่อยไก่อีกเพียบ :mrgreen:
Koratian
 
Posts: 172
Joined: พฤหัสฯ. ก.ย. 16, 2010 1:19 pm

Re: จริตเขมร - จริตขแมร์ ~ กัมพูชา...แผ่นดินเดือด

by aek » จันทร์ ม.ค. 31, 2011 2:26 pm

ขออนุญาตคุณตาทุ้ย นำเวปศาลาโกหกไปแนะนำที่อื่น ตามแต่โอกาสครับ

ในฐานะสมาชิกแอบอ่าน ขอสนับสนุนทุกท่านครับ
คนรุ่นหลัง(อย่างผม) จะได้รู้รายละเอียดประวัติศาสตร์มากขึ้น
ไม่ใช่รู้แค่พระนเรศวรมหาราชทรงกอบกู้เอกราชครั้งที่หนึ่ง
พระเจ้าตากสินมหาราชทรงกอบกู้เอกราชครั้งที่สอง เท่านั้น ขอบคุณครับ

*คุณตาทุ้ย มีฉายาตามหลัง (เอาก็เอา) แบบคุณทนายอ๊อด-เอาได้ไปแล้ว
ว่าแต่คุณ Koratian คุณวารินทร์หรือคุณแมวเซา จะมีฉายาอะไรเอ่ย ต้องเตรียมไว้นะครับ อิอิ
aek
 
Posts: 26
Joined: พุธ พ.ย. 24, 2010 12:39 pm

Re: จริตเขมร - จริตขแมร์ ~ กัมพูชา...แผ่นดินเดือด

by วารินทร์ » จันทร์ ม.ค. 31, 2011 2:52 pm

ต้องขอขอบคุณท่านผู้อ่านที่สนับสนุนเรื่องทั้งสอง
เพราะมันมีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทยเราทั้งสองเรื่อง
โดยเฉพาะ ศึกอินโดจีน จะได้ทำให้อนุชนรุ่นหลังได้ทราบ
ถึงเกียรติประวัติของทหารหาญทั้งสามเหล่าและตำรวจสนาม
ที่ร่วมกันปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติไทยจนเราได้มี
ประเทศไทยทุกวันนี้
สำหรับเรื่อง สงครามเก้าทัพ และ ปราบฮ่อ ดูเหมือนผมจะเคยเห็นผ่านตา
แถวๆท่าช้าง ท่าพระจันทร์ต้องขอไปเดินดูก่อนครับ
ถ้ามี คว้ามานำเสนอท่านสมาชิกแน่ๆ ครับ
งั้นคงได้ว่ากันอีกยาววววววแน่ๆ 55555
วารินทร์
 
Posts: 1165
Joined: พุธ ก.ย. 22, 2010 11:51 am

Re: จริตเขมร - จริตขแมร์ ~ กัมพูชา...แผ่นดินเดือด

by วารินทร์ » จันทร์ ม.ค. 31, 2011 3:24 pm

สงครามยังไม่สิ้น

ตลอดระยะเวลา 4 ปี (2537-2540) ยิ่งในช่วงแรกๆ กลุ่มเขมรแดงคอยทำตัวมีปัญหา
ป่วนการเมืองกัมพูชาอยู่ตลอดเวลาด้วยสงครามทางทหารเมื่อย่างเข้าสู่ฤดูฝน และ
หลีกเลี่ยงสงครามเมื่อถึงหน้าแล้ง
ในส่วนของรัฐบาลผสมซึ่งเริ่มมาจากความขัดแย้งที่ต่อเนื่องยาวนานและเป็นรอยร้าว
ที่ยากจะเยียวยา ตลอดระยะเวลาที่สมเด็จรณฤทธิ์และสมเด็จฮุน เซน ร่วมปกครอง
ประเทศกัมพูชามีแต่ความแตกแยก ต่างฝ่ายต่างปกครอง ปัญหาคอรัปชั่น การละเมิด
สิทธิมนุษยชนและอา๙ญากรรมมีกระจายอยู่ทั่วทุกหัวระแหง แม้แต่นักการฑูตยุโรป
คนหนึ่งถึงกับเอ่ยปากว่า "ผมเคยคิดว่าที่นี่เคยมีสงครามกลางเมือง แต่มันเป็นสงคราม
ช่วงชิงตลาดระหว่างแก๊งติดอาวุธทั้งหลาย"

ในขณะที่รัฐบาลผสมของคนทั้งสองบริหารประเทศถึงปี พ.ศ.2538 รัฐบาลใช้กำลัง
บุกโจมตีฐานที่มั่นหลายแห่งของเขมรแดง ครั้นเข้าเดือนสิงหาคม พ.ศ.2539 นายเอียง
ซารี อดีตรองนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศสมัยพอล พต ซึ่งมีสมญานามว่า "ลูกพี่
หมายเลข 2" เข้าสวามิภักดิ์ต่อนายกสมเด็จฮุน เซน พร้อมกองกำลังประมาณ 4,000
นาย เจ้ารณฤทธิ์ถึงกับเต้นเหมือนเจ้าเข้าพร้อมประกาศไม่รับรองเขมรแดง และยังถือ
เป็นกลุ่มนอกกฎหมาย ขณะเดียวกันสมเด็จรณฤทธิ์ได้ร่วมมือกับนายสัม รังสี หัวหน้า
พรรคประชาธิปไตย ทำให้พลังของนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 กลับแข็งแกร่งขึ้น
การเมืองเริ่มคุกรุ่นในเดือน พฤษภาคม พ.ศ.2540 เมื่อนายสัม รังสี ได้จัดการชุมนุม
ทางการเมืองขึ้น ปรากฎว่า เกิดการขว้างระเบิดเข้าใส่ที่ชุมนุม มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
จำนวนมาก นักการฑูตต่างๆ พากันเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นฝีมือขององครักษ์ของ
นายฮุน เซน นั่นเอง ทำให้สมเด็จฮุน เซน ปฏิเสธเป็นพัลวัล

ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา สมเด็จเจ้ารณฤทธิ์ได้เดินย้อนรอยฮูน เซน ด้วยการส่ง
นายพลเนี๊ยก บุนชัย รองเสนาธิการทหารไปเจรจากับกองกำลังเขมรแดงกลุ่มพอล พต
ในระหว่างการเจรจานี้เกิดข่าวช๊อคโลกว่า นายซอน เซนและครอบครัว 11 คน ถูกนาย
พอล พต สั่งสังหารอย่างโหดเหี้ยม ด้วยเหตุผลว่า เป็นสายลับให้กับสมเด็จฮุน เซน ซึ่ง
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ.2540
ซอน เซน ถูกนับเป็นบิ๊กเขมรแดงอันดับที่ 4 มีตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมเขมรแดงในช่วง
ปี พ.ศ. 2518 - 2522 ปี พ.ศ.2534 หลังการลงนามสนธิสัญญาสันติภาพที่ปารีส ซอน
เซน มีตำแหน่งในรัฐบาลชั่วคราวก่อนมีการเลือกตั้ง และเขาถูกเขี่ยออกจากตำแหน่ง
รัฐมนตรีกลาโหมของเขมรแดง เพราะมีข่าวเข้าหูพอล พต ว่า ตัวเขามีใจที่จะแปรพักตร์
และไม่ยอมขัดขวางการเลือกตั้งทั่วไปในปี พ.ศ. 2536 ข่าวแจ้งว่าชะตากรรมของ
นายซอน เซน ก่อนจะถูกสังหารนี้ นายเขียว สัมพัน ผู้นำคนสำคัญอีกคนหนึ่งของเขมรแดง
ออกประกาศทางวิทยุว่า นายซอน เซน และภรรยามีเครื่องมือสื่อสารทั้งวิทยุสื่อสารและ
โทรศัพท์อยู่ในความครอบครอง โดยใช้ในการติดต่ออย่างลับๆ กับสมเด็จฮุน เซน เพื่อ
บอกข้อมูลความเคลื่อนไหวของฝ่ายเขมรแดง ทั้งยังเป็นตัวการสร้างความแตกแยก
ภายในกลุ่มเขมรแดงอีกด้วย

จากนั้นไม่นาน เจ้ารณฤทธิ์แจ้งอีกว่ากลุ่มเขมรแดงแปรพักตร์ได้ล้อมจับนายพอล พต
และพร้อมจะนำตัวส่งทางการดำเนินคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในศาลระหว่างประเทศ งานนี้
สมเด็จรณฤทธิ์ชิงเป็นฝ่ายได้เปรียบ ขณะที่สมเด็จฮุน เซน กำลังอยู่ในฐานะทีเสียเปรียบ
หลังจากที่เคยได้รับคะแนนนิยมนำหน้า จนคาดว่าเขาจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป
แต่ภายหลังเจ้ารณฤทธิ์แก้เกมโดยการรวมพลังพรรคการเมืองเพื่อยันกับพรรคประชาชน
ของฮุน เซน ประกอบกับบทบาทของฮุน เซน เองไม่โปร่งใสหลายเรื่องโดยเฉพาะปัญหา
คอรัปชั่นและร่วมมือกับแก๊งอันธฑาลนายทุนสร้างความคลางแคลงใจให้กับประชาชน
แม้แต่นายเอียง ซารี ที่นำกองกำลังเขมรแดงเกือบหมื่นคนจากจังหวัดไพลินอู่ข้าวอู่น้ำ
ของกลุ่มเขมรแดงแปรพักตร์มาอยู่กับสมเด็จฮุน เซน ก็เริ่มวางตัวเป็นกลาง
วารินทร์
 
Posts: 1165
Joined: พุธ ก.ย. 22, 2010 11:51 am

Re: จริตเขมร - จริตขแมร์ ~ กัมพูชา...แผ่นดินเดือด

by วารินทร์ » จันทร์ ม.ค. 31, 2011 3:52 pm

จากแนวโน้มเช่นนี้เองทำให้สถานการณ์การเมืองในกัมพูชาได้รุนแรงและ
ตึงเครียดขึ้นอีกครั้งในคืนวันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ.2540 โดยกลุ่มตำรวจ
ที่สนับสนุนสมเด็จฮุน เซน จำนวน 100 นาย พร้อมอาวุธปืน เอ.เค.47 ยกกำลัง
ล้อมบ้านเจ้ารณฤทธิ์บนถนนนโรดม จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็สาดกระสุนปืน ระเบิด
และจรวดใส่กันเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นผลให้เจ้าหน้าที่คุ้มกันสมเด็จ
รณฤทธิ์เสียชีวิตหนึ่งคน มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคนรวมทั้งนักข่าวของเอเอฟพี
รายหนึ่งด้วย นอกจากนี้การปะทะกันของทั้งสองฝ่าย เป็นเหตุให้จรวดลูกหนึ่ง
ตกเข้าไปในบ้านพักฑูตสหรัฐที่อยู่บริเวณใกล้เคียง แต่ไม่มีใครได้รับอันตราย
เหตุรุนแรงครั้งนี้ สืยเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ 2 วันมีปฏิบัติการของกลุ่มทหารของ
พรรคฟุนซินเปก 300 นาย ยกกำลังเข้าล้อมบ้านนายฮอค ลัน อธิบดีกรมตำรวจ
แห่งชาติซึ่งสนับสนุนสมเด็จฮุน เซน อย่างไม่ทราบสาเหตุ จึงมีการปฏิบัติการ
ตอบโต้เกิดขึ้น
นายกรัฐมนตรีทั้งสองคนต่างไม่มองหน้ากันและมีการเตรียมพร้อมด้านกำลัง
ทหารทั้งสองฝ่าย รอเพียงเวลาที่เหมาะสมแล้วจะห้ำหั่นกันต่อไป แต่แล้ววันที่
12 มิถุนายน พล.อ.ชวลิต ยงในยุทธ นายกรัฐมนตรีไทย ได้เยือนกัมพูชา
ตามกำหนดการณ์ที่มีมาล่วงหน้า การมาครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรีไทย นอกจาก
จะปรึกษาหารือข้อราชการแล้ว ยังสวมบทเป็นกาวใจให้กัมพูชากับคนทั้งสอง
ทำให้สมเด็จรณฤทธิ์และสมเด็จฮุน เซน ต้องหันหน้ามาพูดคุยกันอีกครั้งอย่าง
ไม่สนิจใจนัก หลังจากพิธีต้อนรับผ่านพ้นไป เจ้ารณฤทธิ กล่าวว่า "ฮุน เซนและ
ข้าพเจ้าตกลงกันว่า เราจะถือว่าเขมรแดงมาถึงจุดสิ้นสุดทั้งการเคลื่อนไหวทาง
การเมืองและการเคลื่อนไหวทางทหาร ณ จุดนี้ เราเห็นชอบร่วมกันที่จะอนุญาต
ให้นำพอล พต มานังพนมเปญ และเราจะยื่นจดหมายถึงเลขาธิการสหประขาชาติ
เพื่อขอให้จัดตั้งศาลระหว่างประเทศดำเนินคดีกับนายพอล พต"
อย่างไรก็ดี มีกระแสข่าวแจ้งให้ทราบว่า กลุ่มเขมรแดงที่แปรพักตร์ได้จับตัว
พอล พต ไว้ที่เมือง อัล ลอง เวง อยู่ในความดูแลของนายพล ตา ม๊อก อดีต
มือขวาของนายพอล พต แม้ว่าสมเด็จฮูน เซน จะไม่พอใจปนระแวง อันเนื่อง
มาจาก พล.อ.เนี๊ยก บุนชัย รองเสนาธิการทหารกองทัพกัมพูชาฝ่ายเจ้ารณฤทธิ์
แอบไปเป็นผู้เจรจากับกลุ่มเขมรแดง แต่ฮุน เซนก็ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวด้วย
ใบหน้ายิ้มแย้มว่า คนเองและเจ้ารณฤทธิ์มีความเห็นตรงกันว่า การจับตัวนาย
พอล พต เป็นของขวัญสำคัญสำหรับชาวกัมพูชา และสิ่งที่ต้องทำอย่างแรก
คือ นำตัวผู้ที่จับได้มามอบให้ทางการ แต่แล้วทุกสิ่งทุกอย่างต้องล้มครืนลง
ยังไม่ทันที่พอล พต จะถูกส่งตัวเข้ามาในกรุงพนมเปญ เจ้ารณฤทธิ์เดินทางไป
ฝรั่งเศสในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2540 รุ่งเช้าของวันที่ 5 กรกฎาคม สมเด็จ
ฮุน เซน ก็สั่งการให้กองกำลังของตนบุกล้อมที่ตั้งพรรคฟุนซินเปก และบุกเข้า
กวาดล้างจับกุมสมาชิกในข้อหาครอบครองอาวุธโดยผิดกฎหมาย

ว่ากันว่า....สมเด็จฮุน เซน ชิงตัดหน้าลงมือก่อรัฐประหารกลายๆ เพราะทราบ
แน่ชัดแล้วว่า มีการขนอาวุธโดยทหารเขมรแดงและเจ้ารณฤทธิ์จำนวน 2 ตัน
เข้ามาไว้ในกรุงพนมเปญและมีกองกำลังของเขมรแดงเข้ามาสวามิภักดิ์กับ
เจ้ารณฤทธิ์มากมายจนผิดสังเกต
สมเด็จฮุน เซนประกาศภาวะฉุกเฉินในพนมเปญและกล่าวยืนยันว่า "อำนาจ
บริหารประเทศ อยู่ในมือของข้าพเจ้าแต่ผู้เดียว" แผ่นดินเขมรระอุขึ้นด้วย
สงครามกลางเมืองอีกครั้ง ใครจะรู้มัจเป็นสงครามล้างเผ่าพันธุ์รอบ 2 ที่เพิ่ง
เริ่มต้นเท่านั้น!!!
วารินทร์
 
Posts: 1165
Joined: พุธ ก.ย. 22, 2010 11:51 am

Re: จริตเขมร - จริตขแมร์ ~ กัมพูชา...แผ่นดินเดือด

by วารินทร์ » จันทร์ ม.ค. 31, 2011 4:15 pm

สีหนุ...เทวกษัตริย์องค์สุดท้าย

เมื่อฝ่ายสมเด็จฮูน เซน นายกรัฐมนตรีคนที่ 2 เป็นฝ่ายกำชัย กองกำลังสนับสนุน
เจ้ารณฤทธิ์ถอยร่นไม่เป็นขบวน บางส่วนยอมรับการเจรจาประณีประนอมวางอาวุธ
แต่โดยดี ส่วนที่เหลือก็ไล่ฆ่ากันต่อไป
ส่วนเจ้ารณฤทธิ์ พยายามวิ่งเข้าหาไทยและอาเซียน ให้ช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้ง
ในกัมพูชา แต่ไม่ค่อยจะได้ผลนัก เมื่อสมเด็จฮุน เซน เสียงแข็งกร้าวว่า เจ้ารณฤทธิ์
ผิดข้อตกลงที่ปารีส เพราะแอบไปเจรจากับๆ กับเขมรแดงเพื่อเอามาเป็นกำลังของตน
และมีการสะสมอาวุธอีกด้วย อันเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
สำหรับท่าทีไทยและกลุ่มอาเซียน มีความเห็นพ้องต้องกันว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว
เรื่องภายในของเขมรโดยตรง เจ้ารณฤทธิ์บินไปปักกิ่งเพื่อรายงานผลการประชุมอาเซียน
(23-25 กรกฎาคม พ.ศ.2540) ต่อเจ้าสีหนุพระบิดา จากนั้นจึงมีแถลงการณ์จาก
กษัตริย์สีหนุ ตอนหนึ่งวิจารณ์ไทยที่แนะนำให้เจ้ารณฤทธิ์เสด็จกลับกัมพูชาว่า
การที่มีจุดประสงค์เพื่อต้องการเจ้ารณฤทธิ์กลับไปหา butcher ตามรากศัพท์หมายถึง
คนขายเนื้อ คนฆ่าสัตย์อย่างทารุณหรือคนที่นิสัยดุร้าย แต่พระองค์ไม่ไดรับสั่งว่า
หมายถึงใครถ้อยแถลงของเจ้าสีหนุนั้นไม่ค่อยพอใจประเทศไทยและกลุ่มอาเซียน
เพราะไม่ตอบสนองความต้องการเหมือนเมื่อครั้งในอดีต อย่างไรก็ตาม ผู้สันทัดกรณี
ด้านต่างประเทศได้ให้ความเห๋นในเรื่องนี้ว่า หากผู้นำกัมพูชาด้วยกันยังไม่สามารถ
แก้ไขปัยหาภายในประเทศของตนเองแล้ว ก็อย่าหวังให้ชาติอื่นเข้ามาแก้ปัญหาได้
นับวันปัญหาการสู้รบตามชายแดนกัมพูชาของไทยได้ก่อปัญหาให้กับประเทศไทย
มากขึ้น ไม่ว่าปัญหาผู้อพยพ ผู้ลี้ภัย ปัญหาโจรปล้นสะดม (ทหารเขมรแตกแถว)
ทำให้ประชาชนและทางการของไทยต้องผจญทั้งสิ้น
อย่างเช่นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2540 ประชาชนชาวเขมรกว่า 3 หมื่รคน
หนีภัยสงครามเข้ามาทางจังหวัดสุรินทร์ ตรงด้านอำเภอกาบเชิง เนื่องจากกองกำลัง
ฮุน เซน ได้โอบล้อมเข้าตีชุมชนโอเสม็ด ฐานที่มั่นกำลังของเจ้านโรดม รณฤทธิ์
ขระเดียวกันชายแดนด้านจังหวัดบุรีรัมย์มีการสู้รบของกองกำลังทั้งสองฝ่าย อย่าง
ต่อเนื่องตลอดแนวเทือกเขาพนมดงรัก ด้านอำเภอละหานทรายและอำเภอบ้านกรวด
ตั้งแต่ฝั่งตรงข้ามช่องโอบก ช่องจันทบเพชร ช่องจันแดง และช่องสายตะกู ตาดว่า
การรบจะต้องทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และหนีไม่พ้นที่ประเทศไทยต้อง
แบกรับภาระเอาไว้ทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังคาดอีกว่า ท่าทีของไทยต่อปัยหากัมพูชา
คงจะประกาศได้ชัดแจ้งมากกว่านี้
สื่อมวลชนตะวันตกที่ติดตามข่าวของกัมพูชาอย่างใกล้ชิด ได้กล่าวถึงสถานการณ์
ในยามนี้ไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่โตอะไรเลย เป็นเพียงเรื่องเจ้ารณฤทธิ์กับสมเด็จ
ฮุน เซน ต่อสู้เพื่อชิงอำนาจกันให้เบ็ดเสร็จไปข้างหนึ่งเท่านั้น
ดังนั้น...เมื่อเจ้ารณฤทธิ์หนีไป พรรคฟุนซินเปกที่มี่ฐานะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
และมี่นายกรัฐมนตรีคนที่ 1 ก็ได้เลือกผู้นำมาใหม่ตามระบอบประชาธิปไตยแบบ
กัมพูชา ถึงวันนี้ นายอึง ฮวด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา สังกัด
พรรคฟุนซินเปก ได้รับการคัดเลือกจากพรรคและจากรัฐสภาให้เข้ารับตำแหน่งนี้
โดยที่ทางเจ้าสีหนุและเจ้ารณฤทธิ์จะออกมาต่อต้านแต่ก็ไร้ผล ในเมื่อสมเด็จฮุน เซน
มีอำนาจเบ็ดเสร็จทางการเมืองและรัฐสภา
วารินทร์
 
Posts: 1165
Joined: พุธ ก.ย. 22, 2010 11:51 am

Re: จริตเขมร - จริตขแมร์ ~ กัมพูชา...แผ่นดินเดือด

by วารินทร์ » จันทร์ ม.ค. 31, 2011 4:40 pm

นายอึง ฮวด เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของกัมพูชา ในรัฐบาลผลม
พรรคฟุนซินเปกและพรรคประชาชนกัมพูชา ปัจจุบันอายุ 52 ปี เขาจบการศึกษา
ระดับปริญญาด้านบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยแมลเบิร์น ออสเตรเลีย และใช้
ชีวิตอยู่ที่นั่นถึง 20 ปี ขึงได้สัญชาติออสเตรเลีย
ในขณะที่นายอึง ฮวด อยู่ทราออสเตรเลียได้ทำงานอยู่ที่บริษัท เทเลคอม แห่งหนึ่ง
เขายังเป็นผู้ประสานงานให้กับชุมชนชาวกัมพูชาที่นั่น จนกระทั่งได้เป็นประธาน
พรรคฟุนซินเปกสาขาออสเตรเลียในปี พ.ศ.2523 จากประสบการณ์ในต่างแดน
อันยาวนานและเป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียน เขาถูกจัดให้เป็นผู้มีความเขี่ยวชาญในการใช้
ภาษาอังกฤษและเข้ารับตำแหน่งหัวหน่าฝ่ายประชาสัมพันธ์พรรคฟุนซินเปกและ
ลงสมัครรับเลือกตั้งได้เป็น ส.ส.เขตจังหวัดกันดาล
เขาเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไปรษณีย์และโทรคมนาคมของรัฐบาลชั่วคราว
ก่อนจะมีรัฐบาลผสมพรรคฟุนซินเปกและพรรคประชาชนกัมพูชา และต่อมาเป็น
รัฐมนตรีเยาวชนและการกีฬา แต่เพราะเปนคนเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ จึงถูกโยก
ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ จนในที่สุดพลพรรคฟุนซินเปก ต้อง
เลือกเขาขึ้นเป็นผู้นำ
ในสายตาชาวโลกอาจจะมองว่นายอึง อวด เป็นเสมือนหุ่นเชิดของสมเด็จฮุน เซน
จนกว่าจะถึงคราวเลือกตั้งครั้งใหม่ในปี พ.ศ.2541 แต่นั่นเป็นระยะตอนต้น
หลายชาติเริ่มเสียงแผ่วลง ผู้สังเกตุการณ์คาดกันว่า กลุ่มประเทศอาเวียนนั้น
ขอเพียงให้กัมพูชาจัดการภายในใหสงบเท่านั้น ไม่สนใจว่าใครเป็นนายกอันดับ 1
เพราะไม่ยึดตัวบุคคลว่าใครเป็นผู้นำ
หากมองย้อนกลับไปในสมัยเมื่อคราวเลือกตั้งภายใต้การดูแลของสหประชาชาติ
ในการร่างรัฐธรรมนูญนั้นมีการถกเถียงใครจะเป็นประมุขแห่งรัฐกัมพูชา ที่สุดสรุป
ออกมาว่า ประมุขแห่งรัฐกัมพูชานั้นได้แก่กษัตริย์ นั่นคือ เจ้านโรดม สีหนุ
ในขณะที่กษัตริย?องค๋ต่อไปย่อมจะได้แก่เจ้ารโรดม รณฤทธิ์ โอรสชอบธรรมองค์โต
แต่เจ้ารณฤทธิ์ คงไม่ต้องการเพียวตำแหน่งประมุข แต่พระองค์ต้องการมีส่วนร่วม
ในอำนาจตัดสินในทางการเมืองและผลประโยชน์ต่างๆ อย่างเต็มตัว โดยมีพระบิดา
เจ้านโรดม สีหนุคอยช่วยเหลือ ระยะหนึ่งนั้นเมื่อเจ้านโรดม สีหนุ ป่าวด้วยโรคมะเร็ง
ในกระเพาะปัสสาวะ มีการหยิบยกประเด็นปัญหาผู้ที่จะมาสืบทอดตำแหน่ง ที่คงมีแต่
เจ้ารณฤทธิ์เพียงคนเดียวที่มีสิทธิ์ที่ชอบธรรม แต่เจ้ารณฤทธิ์ยืนยันจะเป็นหัวหน้าพรรค
ฟุนซินเปก เพื่อจะกุมอำนาจพื้นฐานทารการเมืองและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและ
อิดๆ ออดๆ ในเรื่องการวืบทอดตำแหน่งประมุขในช่วงที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มต้อนรับ
การเลือกตั้งครั้งที่สองของชาวกัมพูชาในราวปลายปีหน้า แน่นอนว่าเจ้ารณฤทธิ์ ต้อง
ทำตัวเหยียบเรือสองแคมและทำทุกวิถีทางถึงกับดึงกองกำลีงเขมรแดงเข้าเป็นพวก
เพื่อยึดอำนาจทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และกองทัพ ปูทางไปสู่การรับทอด
ตำแหน่งประมุขแห่งรัฐกัมพูชา ย่อมเป็นสิ่งที่ฝ่ายนายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีคนที่ 2
ไม่สามารถจะรับได้
สงครามกลางเมืองจึงระเบิดขึ้น ทำให้เจ้ารณฤทธิ์ต้องพลัดตกจากสิ่งที่กำลังสร้าง
และสิ่งที่กำลังจะต้องตกทอดมาจนถึงจนต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ
หรือว่า...อาณาจักรกัมพูชาจะมีเพียงเจ้านโรดม สีหนุ เป็นเทวกษัตริย์องค์สุดท้าย
หรือไม่ก็ราชวงศ์นโรดมต้องเป็นกษัตริย์ที่ไร้บัลลังก์ แต่สงครามครั้งใหม่เพิ่งจะดัง
ขึ้นเท่านั้น เวลาแห่งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในแผ่นดินต้องคำสาปยังคงดำเนินเช่นนี้ ต่อไป!!!
วารินทร์
 
Posts: 1165
Joined: พุธ ก.ย. 22, 2010 11:51 am

Re: จริตเขมร - จริตขแมร์ ~ กัมพูชา...แผ่นดินเดือด

by วารินทร์ » จันทร์ ม.ค. 31, 2011 4:49 pm

ท่านผู้อ่านครับ
เป็นอันว่า กัมพูชา...แผ่นดินเดือด
ก็ได้จบลงแล้วนะครับ และเรื่องต่อไป
ก็คงจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมอย่างยิ่ง
ที่จะเริ่มต้นนำเสนอในวันที่ระลึก
"วันทหารผ่านศึก" คือ 3 กุมพาพันธ์
โดยผมจะนำเสนอเรื่อง
"ศึกอินโดจีน กรณีพิพาทไทย กับ ฝรั่งเศส พ.ศ.๒๔๘๓"
เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงวีรกรรมของทหาร ตำรวจ
ที่ร่วมกันปกป้องอธิปไตยของไทยเรา
จนบางท่านต้องสละชีวิตเป็นชาติพลี
ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคนไทยจะต้องไม่ลืมวีรกรรมของท่านเหล่านั้น
โปรดคอยติดตามครับ

วารินทร์....เอาวะ (ด้วยคนครับ)
วารินทร์
 
Posts: 1165
Joined: พุธ ก.ย. 22, 2010 11:51 am

Re: จริตเขมร - จริตขแมร์ ~ กัมพูชา...แผ่นดินเดือด

by RODEO » พุธ มิ.ย. 08, 2011 8:00 pm

สมัยตอนเป็นเด็กๆชั้นประถม ที่โรงเรียนผมเค้ามีหนังให้นักเรียนดูในราคานักเรียนในตอนนั้นราคาประมาณ 10 บาท โรงหนังชั้นดีที่สุดในนครสวรรค์ มีประมาณ 3-4 โรง แต่ที่ด้วยความเป็นเด็ก และบ้านก็อยู่ต่างอำเภอแต่มาเรียนในตัวจังหวัดทำให้ผมอยากดูหนังเรื่องนี้มาก แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ดู ได้แต่ฟังเรื่องราวของหนังจากปากของเพื่อนที่เขาไปดูมา เขาบอกว่ามันส์มากทั้งปืนและรถถังยิงกันสนั่นจอเลย แต่เพื่อนของพี่สาวเขาโตกว่าเรามากเขามีความคิดที่ต่างออกไปคือ เขาบอกว่าดูหนังเรื่องนี้แล้วสงสารคน และบางครั้งก็ต้องร้องไห้บ้างเหมือนกัน หนังเรื่องนี้ในภาพโปสเตอร์จะมีรูปเด็กชายยืนถือปืนอาร์ก้า เสื้อผ้าที่สวมใส่เหมืือนชุดลูกเสือบ้านเราแต่เก่าคร่ำคร่า และถ้าผมจำไม่ผิดเด็กคนนั้นเขาจะเอาผ้าขาวม้าผูกสะพายรัดน้องสาวที่ยังเล็กไว้ด้านหลัง มีใครพอจำได้มั้ยครับว่าหนังเรื่องนี้เรื่องอะไร ผมจำได้ว่าเรื่องนี้คือเรื่อง กัมพูชา น่าจะมี 2 ภาครึเปล่าไม่แน่นใจครับ แต่ผมก็ได้ดูจนได้จากทางช่องฟรีทีวี คืนวันเสาร์ บิ็็็๊๊๊๊กซีนีม่า ดูแล้วก็น่าเห็นใจเด็กชายคนนั้นครับ ที่ต้องเอาชีวิตตนเองเเละน้องสาวอยู่ให้รอดจากสงคราม พ่อเป็นทหารถูกลูกน้องตัวเองหักหลังแล้วโดนฆ่าทิ้งพร้อมเมียตัวเอง แต่เด็ก 2 คนนั้นรอดเพราะมีทหารลูกน้องพ่อมาช่วยหนี
ผมเองก็ติดตามอ่านอยู่นะครับ คุณวารินทร์[color=#40BF00][color=#40BF00][/color][/color]
RODEO
 
Posts: 2
Joined: ศุกร์ มิ.ย. 03, 2011 9:30 pm

PreviousNext

Return to สารคดี ประวัติศาสตร์

Who is online

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

suspicion-preferred